Posts Tagged ‘casinoonline’

27 วิธี…บอกลาผิวหม่น

Sunday, May 20th, 2012

” หลายคนผ่านปีเก่าสู่ปีใหม่มาก็หลายวาระ ก็ยังดูหมองมัว ไร้ราศีจับ ทั้งนี้เพราะ ไม่เคย สครับผิวให้สดใสเปล่งปลั่งเสียที เราขอเสนอ 27 วิธี สร้างประกายให้คุณมีผิวเฉิดฉาย ไฉไล ในแบง่ายๆ มาฝาก รับรองว่าทำปุ๊บ เห็นผลปั๊บ ไม่แน่นะ…ของขวัญชิ้นแรกที่ได้รับอาจเป็นลาภจากสัตว์สองเท้าเพศชาย โปรไฟล์เลิศ ว่าแล้วลองอ่าน และเริ่มกันเลย “
1 การขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้า รากศัพท์ของมันมาจากคำว่า ‘foliage’ ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบน สุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่ อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่า อยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้ว เซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวา และดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง
2 ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิวก็ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่างๆ เช่น ใยบวบ หรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง
3 ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไป ก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่นๆ ได้ง่าย
4 ถ้าไม่กำจัดออกไป ผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือ ผิวจะหม่นหมอง ดูแล้วมีความมัน หรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดี ทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว
5 ถ้าต้องการขัดผิวหน้า ก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัด ผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์ แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัด เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง
6 วิธีการขัดผิวที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบ และผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย
7 เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น
8 ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็น เม็ดกลม เพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอก ขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาด แล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ
9 ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไป อาจทำให้แสบผิวได้ เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสาก และหยาบ เวลาขัด จึงควรขัดเบาๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำ และเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง
10 การใช้ผ้าสำหรับถูตัว หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิว โดยใช้ร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้
11 เลียนแบบจากสปาชั้นนำ โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่าง เติมเกลือเม็ดลงไป และเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบาๆ ให้ทั่วตัว และล้างตัวด้วยน้ำสะอาด
12 แปรงแปรงผิวสามารถใช้ได้ดี โดยขัดเบาๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป หรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้
13 การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น ควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติ ผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนานๆ
14 เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็กๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
15 สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ, น้ำตาล, อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอม อีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด


16 เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ 
ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ
17 มะขามเปียก, สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวขาวใส มีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อนๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรด เหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก, ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง ลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรดมาก
18 ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถ นำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับ ทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น
19 เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด เช่นเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว, ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว, น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง, งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคือง และกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคม จึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี
20 ถ้าคุณมีผิวมัน ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือ มีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้
21 ถ้าคุณมีผิวแห้ง ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลัก…ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือ ใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง
22 ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย ใช้แค่งาขาว, งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ
23 การใช้น้ำมัน จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่น และเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิว แต่เกรงว่าผิวจะแห้ง เกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้ว น้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป
24 การเพิ่มนม, โยเกิร์ต, น้ำผึ้ง หรืออื่นๆ ที่ช่วยบำรุงผิว สามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไป ลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อย จับตัว อยู่บนผิวได้ และสะดวกแก่การขัด
25 ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหย เข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้
26 คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง, ต่อมน้ำเหลือง-โต, มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมาก ขึ้น
27 ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อยๆ เน้นไปที่ร่องจมูก เลี่ยงจุดที่บอบบางมากๆ เช่น รอบดวงตา

วิธีการล้างเครื่องสำอางที่ถูกต้อง

Wednesday, May 16th, 2012

    ผิวรอบดวงตา

ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก เวลาทำความสะอาดแนะนำให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใส่ลงสำลีพอประมาณจากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือ ห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตา ก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตา เพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา สำหรับตรงขอบตา ก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ

  ริมฝีปาก

เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้ว ก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปาก ไม่แนะนำให้ถูในแนวขวาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไป มีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว

ผิวหน้า

เริ่มจากบริเวณที-โซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาดโดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้า ถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนม คุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อน แล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า

เคล็ดลับหน้าไม่โบ๊ะ

Wednesday, May 16th, 2012

การทาแป้งเยอะ ๆ นั้นไม่ส่งผลดีต่อคุณในยามที่ต้องถ่ายรูปโดยใช้แฟลช เพราะจะทำให้ดูหน้าขาวโบ๊ะผิดธรรมชาติ

วิธีป้องกันคือวางกระดาษทิชชูที่ลอกให้เหลือเพียงชั้นเดียวลงบนผิวหน้า แล้วปัดแป้งฝุ่นทับลงไป กระดาษทิชชูจะช่วยกรองแป้งส่วนเกินเอาไว้ จึงช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูเนียนสวย บางเบา และดูเป็นธรรมชาติได้มากเป็นพิเศษ

เคล็ดลับความงามยามเดินทาง

Tuesday, May 8th, 2012

ฤดูกาลแห่งการเดินทางมาถึงแล้ว  เข้าเดือนธันวาคมทีไร  ก็อดดีใจไม่ได้เพราะมีวันหยุดยาวแสนสบ๊าย สบาย เพียบ  สาวๆ หลายคนคงมีโปรแกรมไปเที่ยวรื่นเริงยาวเป็นหางว่าว  ไหนจะตื่นเต้นกับสถานที่ท่้องเที่ยวใหม่ๆ ตื่นเต้นในการเตรียมเสื้อผ้าชุดเก๋เอาไว้ใส่ถ่ายรูปเดินเฉิดฉาย  แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สาวๆ มักหลงลืมกันไป  คือ  การดูแลสุขภาพความงามและผิวพรรณ ทิชชี่ขอขีดเส้นใต้คำว่า  ความงามและผิวพรรณ  เอาไว้เลยค่ะ ขอบอกว่าเราเคยบำรุงผิวพรรณอย่างไรในชีวิตประจำวัน  วันหยดุยาวที่เราจะไปเที่ยว  เราก็ต้องไม่ลืมที่จะบำรุงขนครีมประทินผิวต่างๆ ท่องเที่ยวไปกับเราด้วย  อย่ามัวแต่คิดว่าขนไปทำไม  ไปเที่ยวไม่กี่วัน เดี๋ยวค่อยกลับมาบำรุงหลังจากกลับมาจากเที่ยวก็ได้

จริงๆ ทิชชี่มีเทคนิคที่ช่วยให้คุณสาวๆ ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า รวมถึงขั้นตอนง่ายแสนง่ายในการเดินทางแบบไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดมาบอก

- เช็คสภาพอากาศของสถานที่ที่จะไปรื่นเริงล่วงหน้า  วิธีนี้จะช่วยให้คุณสาวๆ เตรียมของใช้ที่จำเป็นได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

- ไม่ว่าคุณจะไปรื่นเริงอยู่ ณ แห่งใดในโลก  สิ่งที่คุณสาวๆ ไม่ควรหลงลืมติดกระเป๋าไปด้วยก็คือ ลีนเซอร์ ทำความสะอาด ,โทนเนอร์ กระชับผิว, มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มนวล และซันบล็อค ป้องกันแสงแดดค่ะ

- สวยได้แบบประหยัดเนื้อที่  โดยเลือกนำไปเฉพาะของที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  เช่น  ครีมที่เป็นได้ทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์และลิปบาล์ม, เครื่องสำอางที่เป็นได้ทั้งอายแชโดว์และบรัชออน, แชมพูที่มีครีมนวดในตัว ฯลฯ

- จัดการบรรจุภัณฑ์ของคุณด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อง่ายต่อการพกพา  เช่น  ถ่ายครีมจากขวดใหญ่ใส่ในขวดเล็ก  ขนาดพกพาแทน, เปลี่ยนมาใช้ครีมรองพื้นแบบสติ๊กแทนแบบขวด, ของฟรีของแถม  ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทั้งหลาย เก็บเอาไว้ใช้เวลาเดินทาง

-  อากาศที่แห้งมากมักส่งผลกับผิว ถ้าต้องเดินทางไปในที่ที่อากาศหนาว หรือเดินทางโดยเครื่องบิน อย่าลืมแพ็คครีมทาผิวดีๆ ที่มีความเข้มข้นมากๆ ใส่กระเป๋าแยกไว้ต่างหากจากกระเป๋าใหญ่ เพื่อจะได้หยิบใช้ได้ตลอดเวลา

-  เติมความชุ่มชื่นกับผิวด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 แก้ว โดยเฉพาะถ้าคุณเดินทางด้วยเครื่องบิน เพราะความชิ้นบนเครื่องบางครั้ง ลดต่ำลงมามากกว่าทะเลทรายซะฮาร่าเสียอีก ลองคิดดูแล้วกันว่าผิวพรรณจะเป็นอย่างไร

- ถ้าคุณมักมีปัญหา เรื่องริมฝีปากแตก ให้ลองใช้วิตามิน E ชนิดที่เป็นของเหลวบรรจุแคปซูล มาทาบางๆหลังจากทาลิปสติก จะช่วยปกป้องอันตรายจากความแห้งของอากาศได้ดีขึ้น

- เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายและผิวพรรณ ด้วยการทานผักและผลไม้ให้มากๆ นอกจากประโยชน์เรื่องความงามแล้ว วิตามินในผักผลไม้ยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลียน้อยลงด้วย

- อย่าให้ความอ่อนเพลียจากการเดินทาง มาทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลงไป เพราะจะส่งผลโดยตรงถึงร่างกายและผิวพรรณ แต่ถ้าเป็นมื้อค่ำละก็ ขอแนะนำให้ทานแต่น้อย และใช้เวลาเคี้ยวนานๆ เป็นการช่วยให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งจะส่งผลให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่

- ไม่ว่าจะเดินทาง ด้วยรถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน ควรหาหมอนเล็กๆ (แบบเป่าลมก็ประหยัดเนื้อที่ดี) เอาไว้รองเอวและคอ ถ้าจะให้ดีพกปลอกหมอนผ้าซาตินติดตัวไปด้วย จะช่วยให้ตื่นขึ้นมาโดยที่หน้าไม่มีรอยยับ(ของลายปลอกหมอน) ติดมาด้วย

- เวลาเดินทาง พยายามเลือกที่นั่งให้ห่างจากหน้าต่างเข้าไว้ แม้ว่าจุดนั้นจะช่วยให้คุณเห็นวิวได้เยอะกว่า แต่รู้ไหมว่าผิวคุณจะต้องทนกับแสงแดดที่ส่องเข้ามานานนับชั่วโมง โดยเฉพาะบนเครื่องบิน ที่อยู่ในสภาวะอากาศที่ไม่หนาแน่นเท่าบนพื้นดิน ภัยจากรังสี uv จะรุนแรงกว่ากันหลายเท่าทีเดียว

- อย่าอายที่จะมานั่งทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน (ในขณะที่เพื่อนฝูงนอนหลับไปทั้งๆที่หน้ายังไม่ได้ล้างด้วยซ้ำ) เพราะเวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด ใครไม่ทำก้ปล่อยให้เขาหน้าเหี่ยวก่อนวัยไปเถิด

- หลังกลับจาก การเดินทาง อย่าลืมชดเชยครีมบำรุงผิวให้กับผิวส่วนที่คุณไม่ค่อยได้ดูแล ในช่วงเดินทาง เช่น มือ (ที่ใช้แบกสัมภาระหนักอึ้ง) ,เท้า (ที่ใช้เดินวันละ 4-5 กิโล) ฯลฯ ผิวสวยๆ จะได้อยู่กับคุณไปนานๆ

 

ป้องกันสิว เผยผิวใส ไร้กังวลแม้มีประจำเดือน

Thursday, May 3rd, 2012

ประจำเดือน เป็นอีกสาเหตุกวนใจของสาวๆ เพราะว่าผู้หญิงอย่างเราไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้เลย เมื่อมีประจำเดือนช่วงไหน สิวก็จะตามมาเหมือนเงาตามตัว การจัดการป้องกันแก้ไข จึงเป็นเรื่องที่เราจะปล่อยปละละเลยไม่ได้เลยนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของชีวิต ผู้หญิงอย่างเราไม่มีทางยอมปล่อยให้ความสวยลดน้อยถอยลงแน่นอนค่ะ

แต่ว่าเราจะจัดการป้องกันอย่างไรดีล่ะ? สงสัยกันใช่ไหมล่ะ? ตามมาค่ะ เรามีวิธีดีๆ ที่สามารถป้องกันจัดการได้ไม่ยากเย็นเลย เพียงแค่การ “มาสก์หน้า” เท่านั้น ก็สามารถป้องกันปัญหาสิวกวนใจในช่วงประจำเดือนมาได้แล้วล่ะค่ะ

เริ่มต้นด้วยทำความสะอาดผิว เพื่อขั้นตอนในการบำรุงผิวด้วยมาสก์ให้ได้ผลยิ่งขึ้น ใช้นิ้วที่สะอาด แตะเนื้อ PURE CARE BIO-BENEFIT PRE-ACNE CONTROL MASK ทาบางๆ บริเวณที่มักเกิดปัญหาสิว ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา รูจมูก และริมฝีปาก โดยปาดไปทางเดียวกัน เนื้อครีมมาสก์เนียนนุ่ม และมีกลิ่นหอม สดชื่น จะช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ

 

 

หลังจากทามาสก์จนทั่วใบหน้าแล้ว ทิ้งไว้ 30 นาที สารสกัดสำคัญใน PURE CARE BIO-BENEFIT PRE-ACNE CONTROL MASK จะตรงเข้าขจัดและป้องกันปัญผิวหน้าที่เกิดจากสิวได้อย่างตรงจุด หลังจากครบ 30 นาทีแล้ว ลอกมาสก์ออก ใช้ปลายนิ้วถูส่วนที่ตกค้างออกเบาๆ

ด้วยสารสกัดจากพืช BIOBENEFITY จะช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลง เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และ SEPICONTROL A5 ดูแลปัญหาความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยให้ผิวเรียบเนียนละเอียด รูขุมขนเล็กลง และผิวหน้าปราศจากความมัน ห่างไกลจากปัญหาสิวค่ะ เพียงใช้แค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก่อนมีประจำเดือน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ผิวสวยสดใส ไม่ต้องกังวลเรื่องสิวอีกแล้วนะคะ

 

 

Purecare by BSC เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเรื่องผิวของผู้หญิง ได้คิดค้นเทคโนโลยีนวัตกรรมทรงคุณค่าเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ Purecare เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าในด้านต่างๆ ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงทั่วประเทศว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทรงคุณภาพ พร้อมทั้งมีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้มั่นใจได้ว่า บริสุทธิ์ ปลอดภัย แม้ผิวบอบบาง การันตีคุณภาพด้วยรางวัลนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเรื่องผิว และผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบคุณภาพจากคลินิกแพทย์ผิวหนัง

สามารถพบกับผลิตภัณฑ์ PURECARE by BSC ณ เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง PURECARE ห้างสรรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ลูกค้าสัมพันธ์ 02-296-9919 www.purecaretoday.com

 

 

แต่งหน้าให้ดูสดชื่น รับวันแต่งงาน

Monday, April 23rd, 2012

Get  the look

ผิว หัวใจสำคัญของลุคนี้คือผิวที่ดูเนียนเรียบแต่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาเตอะ ลองใช้ Laura Mercier Illuminating Tinted Moisturizer (1,700 บาท) ที่มีเนื้อบางเบาพร้อม micronized pearls ช่วยเติมความกระจ่างใสให้ผิว ตามด้วย Laura Mercier Foundation Primer (1,490 บาท) ที่มีส่วนผผสมของ Polymathyl Methacrylate ช่วยเติมร่องเล็กๆ บนผิวและปกปิดข้อบกพร่องต่างๆ ให้ดูเนียนเรียบยิ่งขึ้น สูตร Oil Free เหมาะอย่างมากสำหรับผิวมันและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย จากนั้นทาทับด้วย Laura Mercier Foundation Powder (1,700 บาท) เพื่อเพิ่มความนวลเนียนยาวนาน และสามารถใช้แต่งเติมได้ในระหว่างวัน

ตา เพื่อให้เปลือกตาดูสวยงามโดดเด่นยาวนาน อย่าลืมใช้ครีมรองพื้นสำหรับเปลือกตาที่จะทำให้สีสันของเปลือกตาดูคมชัดขึ้น และยึดติดสีสันของอายแชโดว์ให้ติดทนนานขึ้น ลองใช้ Laura Mercier Eye Basic (850 บาท) เลือกใช้ Eye Basic โทนสีอ่อนเพื่อปรับสีผิวบริเวณเปลือกตาให้ดูอ่อนลงเพื่อให้สีอาอยแชโดว์ชัดเจนขึ้น และเลือกโทนสีเข้มเพื่อรองพื้นเปลือกตา ถ้าต้องการแต่งตาคมเข้มสไตล์สโมกกี้ หรือสามารถใช้ Eye Basic อย่างเช่นสี flax, peach หรือ buff แทนสีอายแชโดว์ได้ ในยามที่จะต้องการดวงตาที่มีประกายสีเล็กน้อยดูสดใส จากนั้นเติมสีสันด้วย Laura Mercier Metallic Crème Eye Color (990 บาท) อายแชโดว์เนื้อครีมเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย และไม่เป็นคราบ ซึ่งมาพร้อมกับประกายทุกแวววาวเพิ่มความโดดเด่นให้ดวงตา

แก้ม เติมสีสันด้วย Laura Mercier Second Skin Cheek Colour (950 บาท) บลัชออนที่ให้สีสันสวยฉ่ำและดูเป็นธรรมชาติ จากนั้น เติมความเปล่งปลั่งเรืองรองอีกสักหน่อยด้วย Laura Mercier Mosaic Shimmer Bloc (1,700 บาท) ที่มี 4 สีในตลับเดียวกันพร้อมส่วนผสมของ light reflecting ingredients ที่ช่วยสะท้อนแสงให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสุขภาพดี

ปาก เติมสีสันด้วย Laura Mercier Lip Watercolours Paint Perfect Lips (2,100 บาท) ลิปพาเลตต์ที่มีทั้ง Lip prep สำหรับเตรียมริมฝีปากให้ชุ่มชื่นและเรียบเนียน ก่อนลงสีสันด้วย Lip Stain ที่ให้สีสดใสและติดทนนาน

อายุยืน 100 ปี ตามแบบฉบับเคล็ดลับชาวญี่ปุ่น

Sunday, April 15th, 2012

เคล็ดลับสุขภาพ

การจะมีชีวิตอยู่ให้ถึงอายุ 100 ปีคงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญต้องมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร ลองดูพฤติกรรมของชาวโอกินาว่าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก พวกเขามีเคล็ดลับอยู่ที่การเพิ่มเครื่องเทศและสมุนไพรในอาหาร และให้ความสำคัญกับการออกกำลังทั้งกายและใจ ซึ่งวิธีเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติตามได้ครบทุกขั้นตอน ไม่เพียงเท่านี้ยังเสริมด้วยเรื่องของเกร็ดสุขภาพทั้งกายใจ ที่ทำง่ายในทุกวันอีกด้วย

กินดี อยู่ดี มีความสุข…ตามแบบฉบับชาวโอกินาว่า

ชาวโอกินาว่ามีชีวิตประจำวันที่เหมือนกับชาวชนบททั่วไปคือ เน้นกินผักเป็นหลัก กินเนื้อเป็นรอง แทบทุกเมนูต้องใส่เครื่องเทศ และสมุนไพร ในเรื่องสุขภาพใจ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องคิดบวก เพราะเชื่อว่าการมีทัศนคติที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการมีอายุยืน ที่สำคัญคือ พวกเขาเก่งมวยไท้เก็ก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบเน้นเรื่องการฝึกลมหายใจและทำสมาธิ ด้วยวิธีการเหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี จนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี

8 อาหารสำคัญของชาวโอกินาว่า

 1.มะระ นิยมนำมาปรุงอาหารขณะที่ยังไม่สุกงอมดี โดยการนำมาผัดกับเต้าหู้ ใส่ไข่ แล้วผัดด้วยน้ำมันคาโนลา หรือฝานบาง ๆ ใส่ในแซนด์วิช หรือใช้เป็นผักเคียงในเมนูซูซิ

 2.แครอท ชาวโอกินาว่าไม่นิยมทานหัวแครอทเหมือนบ้านเรา แต่จะใช้ใบสีเขียวของแครอทมาประกอบอาหารโดยการนำใบมาสับละเอียด ตอกไข่ใส่ แล้วผัดกับข้าวกล้องหรือนำไปเป็นผักโรยในซุป

 3.Hechima หรือบวบญี่ปุ่น นิยมนำไปเป็นผักเครื่องเคียง กินกับเต้าหู้ในซุปมีโสะ

 4.สมุนไพรเผ็ดร้อน ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติรักษาโรค เช่น ขมิ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อ พริกช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดยี่หร่าช่วยอาหารโดยนำมาปรุงเป็นส่วนประกอบในเมนูบะหมี่สูตรน้ำซุป หรือใส่ลงในมนูผัดผัก

 5.สาหร่าย นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารมากกว่าผักชนิดอื่นเพราะหาง่าย เช่น คอมบุ โนริ ฮิจิกิ วากาเมะ เป็นต้น โดยการนำไปแปรรูปเป็นสาหร่ายแผ่นทอดกรอบ อบแห้ง ใส่ในซุป หรือนำไปห่อข้าว

 6.มันเทศ นิยมนำไปทำเป็นมันทอด โดยหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว นำไปทอดด้วยน้ำมันมะกอก หรือ หรือใช้มันเทศทั้งหัวไปเผาสุมในกองใบไม้แห้ง ไว้กินเล่นในฤดูหนาว

 7.โฮลเกรน ชาวโอกินาว่าเชื่อว่าการบริโภคธัญพืช เช่น ข้าวบาเล่ย์ ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง สามารถเติมพลังให้กับจิตวิญญาณได้ จึงนิยมนำไปหุงผสมชนิดกันเพื่อทำเป็นข้าวพิลาฟ (Pilaf) หรือข้าวที่หุงรวมกับสมุนไพร ธัญพืช หรือเครื่องเทศ

 8.ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ มิโสะ และถั่วแระนิยมนำถั่วแระผัดในข้าว หรือใช้มิโสะเป็นซูป และอีกเมนูนิยมของชาวโอกินาว่าก็คือ การใช้เต้าหู้ทำชีสเค้ก

สมุนไพรไทย

อายุยืนด้วย 5 สมุนไพรหาง่ายในครัวบ้านเรา

 1.กระเทียม ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตามผลวิจัยของ National Health and Medical Research Council เผยว่า การบริโภคกระเทียม แค่ 1 หัวต่อวันช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ เพราะสารประกอบไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulphide) ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ

 2.ขมิ้น บำรุงข้อต่อ ด้วยสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีคุณสมบัติต้านแอมีลอยด์ (amyloid) หรือคราบพลัคโปรตีน ไม่ให้ตกตะกอนในเซลล์เนื้อเยื่อจนเรื้อรังอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ข้อต่อ สมอง ดังนั้นการกินขมิ้นวันละ 1 เหง้า ก็สามารถช่วยให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคไขข้ออักเสบได้แล้ว

 3.ใบเสจ บำรุงสมอง ด้วยสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ที่มีผลต่อการควบคุมสมองในส่วนการรับรู้ ซึ่งทำงานสัมพันธ์โดยตงกับระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nerve) หรือระบบประสาทอัตโนมัติ หากกินเสจเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้สมองหลั่งสารอซีติลโคลีนเป็นปกติ สมองจึงสามารถจำอะไรได้แม่นยำขึ้น อาจตวงใบเสจ 1 ¼ ออนซ์ แช่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง ใช้จิบเป็นชาดื่มตลอดวัน

 4.ใบไทม์ (Thyme) บำรุงไต เป็นสมุนไพรรสชาติเย็นคล้ายใบมินท์ มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดไต และระบบทางเดินปัสสาวะ นิยมนำไปใช้ชงเป็นชาใบไทม์ โดยตวงใบไทม์ ½ ออนซ์ (หรือ 1 ช้อนโต๊ะ) ต้มในน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ทิ้งให้ตกตะกอนประมาณ 15 นาที อาจเพิ่มความหวานโดยการเติมน้ำผึ้ง ใช้จิบได้ตลอดวัน ควรดื่มอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ถ้วย

 5.ผักชีสด ขับโลหะหนัก ในหนังสือที่มีชื่อว่า Transdermal Magnesium Therapy ที่เขียนโดย Mark Sircus เขาแนะนำว่า กินใบผักชีสดเพียง 1 กำมือเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการขับปรอทออกจากเซลล์สมองและระบบประสาทส่วนกลางได้แล้ว เพราะถ้าร่างกายมีปรอทสะสมอยู่ในปริมาณมากจะส่งผลให้ปอดอักเสบ หายใจไม่สะดวก และร้ายแรงจนถึงขั้นสูญเสียการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของแขน ขา ระบบประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย เช่น การได้ยินไม่ชัด มองไม่ชัด พูดไม่ชัด เป็นต้น

ความสุข

6 วิธีสุขใจให้อายุยืน

 1.หัวเราะ นักหทัยวิทยาในสหรัฐเผยว่า การหัวเราะ 100-200 ครั้ง เทียบได้กับการเดินเร็ว 10 นาที และเป็นวิธีธรรมชาติช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น

 2.ชีวิตคู่ ต้องจัดการให้ลงตัว ผลการวิจัยของ Health Psychology Journal ในสหรัฐเผยว่า คู่ชายหญิงที่หย่าร้างกัน มีอายุขัยสั้นกว่ากำหนด เพราะชีวิตตึงเครียดด้วยปัญหาที่ต้องคิด ในทางกลับกัน คู่ชายหญิงที่มีกิจกรรมบนเตียงบ่อยครั้งมีอายุยืนกว่า เพราะการมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยคืนอายุให้ดูเด็กลงถึง 7 ปี

 3.ธรรมะ ธรรมโมเข้าไว้ ผลการวิจัยของ International Journal for Psychiatry and Medicine เผยว่าความเครียด และอารมณ์ขุ่นมัวคือ ต้นเหตุให้เจ็บป่วย และร่างกายสามารถขจัดมันออกไปได้ด้วยพลังของจิตใจที่สงบ ซึ่งเราสามารถฝึกจิตให้แข็งแรงได้ด้วย การเข้าโบสถ์ เข้าวัดฟังธรรม และการทำบุญ

 4.เข้าสมาคม การเข้าร่วมสมาคมกีฬา หรือการเข้าสมาคมในองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ นับเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้สูงอายุ ผลการวิจัยของ Harvard University เผยว่า วิธีเหล่านี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวเองมีค่า และรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายมากขึ้น

 5.อยู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง “งาน” ผลการวิจัยของ Johns Hopkins University เผยว่า ผู้ที่ชอบเก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายกว่า 20 เท่าของผู้ที่ไม่เก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากเป็นการสะสมความเครียดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ภูมิคุ้มกันในร่างกายจึงลดต่ำลงเรื่อย ๆ ผลที่ได้คือ แก่ก่อนวัยอันควร

 6.เลี้ยงสัตว์ ผลการวิจัยของ University of Cambridge เผยว่า สัตว์เลี้ยงทำให้คนมองโลกในแง่ดี และมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย คอรบครัวที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมวจะมีความเครียดน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เลี้ยงสัตว์อะไรเลย อีกทั้งยังมีอัตราการเจ็บป่วยจนต้องไปพบแพทย์น้อยครั้งกว่าด้วย