Archive for the ‘Uncategorized’ Category

แต่งหน้าให้ดูสดชื่น รับวันแต่งงาน

Monday, April 23rd, 2012

Get  the look

ผิว หัวใจสำคัญของลุคนี้คือผิวที่ดูเนียนเรียบแต่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาเตอะ ลองใช้ Laura Mercier Illuminating Tinted Moisturizer (1,700 บาท) ที่มีเนื้อบางเบาพร้อม micronized pearls ช่วยเติมความกระจ่างใสให้ผิว ตามด้วย Laura Mercier Foundation Primer (1,490 บาท) ที่มีส่วนผผสมของ Polymathyl Methacrylate ช่วยเติมร่องเล็กๆ บนผิวและปกปิดข้อบกพร่องต่างๆ ให้ดูเนียนเรียบยิ่งขึ้น สูตร Oil Free เหมาะอย่างมากสำหรับผิวมันและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย จากนั้นทาทับด้วย Laura Mercier Foundation Powder (1,700 บาท) เพื่อเพิ่มความนวลเนียนยาวนาน และสามารถใช้แต่งเติมได้ในระหว่างวัน

ตา เพื่อให้เปลือกตาดูสวยงามโดดเด่นยาวนาน อย่าลืมใช้ครีมรองพื้นสำหรับเปลือกตาที่จะทำให้สีสันของเปลือกตาดูคมชัดขึ้น และยึดติดสีสันของอายแชโดว์ให้ติดทนนานขึ้น ลองใช้ Laura Mercier Eye Basic (850 บาท) เลือกใช้ Eye Basic โทนสีอ่อนเพื่อปรับสีผิวบริเวณเปลือกตาให้ดูอ่อนลงเพื่อให้สีอาอยแชโดว์ชัดเจนขึ้น และเลือกโทนสีเข้มเพื่อรองพื้นเปลือกตา ถ้าต้องการแต่งตาคมเข้มสไตล์สโมกกี้ หรือสามารถใช้ Eye Basic อย่างเช่นสี flax, peach หรือ buff แทนสีอายแชโดว์ได้ ในยามที่จะต้องการดวงตาที่มีประกายสีเล็กน้อยดูสดใส จากนั้นเติมสีสันด้วย Laura Mercier Metallic Crème Eye Color (990 บาท) อายแชโดว์เนื้อครีมเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย และไม่เป็นคราบ ซึ่งมาพร้อมกับประกายทุกแวววาวเพิ่มความโดดเด่นให้ดวงตา

แก้ม เติมสีสันด้วย Laura Mercier Second Skin Cheek Colour (950 บาท) บลัชออนที่ให้สีสันสวยฉ่ำและดูเป็นธรรมชาติ จากนั้น เติมความเปล่งปลั่งเรืองรองอีกสักหน่อยด้วย Laura Mercier Mosaic Shimmer Bloc (1,700 บาท) ที่มี 4 สีในตลับเดียวกันพร้อมส่วนผสมของ light reflecting ingredients ที่ช่วยสะท้อนแสงให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสุขภาพดี

ปาก เติมสีสันด้วย Laura Mercier Lip Watercolours Paint Perfect Lips (2,100 บาท) ลิปพาเลตต์ที่มีทั้ง Lip prep สำหรับเตรียมริมฝีปากให้ชุ่มชื่นและเรียบเนียน ก่อนลงสีสันด้วย Lip Stain ที่ให้สีสดใสและติดทนนาน

ทรงผมเอาใจสาวพั้งร็อคกับผมโทนสีแดงส้มสด

Wednesday, April 18th, 2012

Novel Punk

เอาใจสาวพั้งร็อคที่ชื่นชอบสไตล์ผมสีสันฉูดฉาด อย่างโทนสีแดงส้มสดผสมผสานกับแนวผมยาวสไลซ์ รวมถึงการสร้างกรอบผมแบบเรขาคณิต ให้ความรู้สึกถึงความล้ำยุคของสไตล์ทรงผมในอนาคต

 


ขั้นตอนการทำสี

1. ฟอกผมให้ทั่วทั้งศีรษะ จากนั้นแบ่งผมเป็น 14 ส่วนโดยเริ่มแบ่งครึ่งศีรษะจากกึ่งกลางใบหูซ้ายไล่ขึ้นไปบริเวณกึ่งกลางศีรษะส่วนบนจนถึงกึ่งกลางใบหูขวา จากนั้นแบ่งผมจากท้ายทอยในลักษณะวีคว่ำ (Ʌ) ซ้อนกันขึ้นไปด้านบนให้ได้ 7 ชั้น หรือ 7 ส่วน โดยให้ระยะห่างระหว่างช่องเท่ากัน

2. แบ่งผมจากหางคิ้วซ้ายและขวาเฉียงทแยงขึ้นไปบรรจบกันจุดกลางบริเวณแนวแบ่งผมให้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ผลการแบ่งสัดส่วนผมที่ได้จะเป็นรูปสามเหลี่ยมทั้งหมด 3 รูป คือ ด้านข้างทั้ง 2 ข้าง เป็นและส่วนกลางด้านหน้า จากนั้นแบ่งครึ่งผมด้านข้างทั้ง 2 ข้างเป็น 2 ส่วน (บน-ล่าง) ตามแนวทแยงผมด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่ 8-11 และแบ่งผมส่วนหน้าในทรงสามเหลี่ยมเป็น 3 ส่วนตามรูปทรงหลักจะได้ส่วนที่ 12-14

3. เริ่มทาผมส่วนที่ 1 บริเวณท้ายทอย ด้วยการแบ่งย่อยระยะความยาวของผมเป็น 3 ระยะคือ ส่วนโคน ส่วนกลางและส่วนปลาย ด้วยการผสมสีเบอร์ 5.66 1 หลอด เข้ากับสีเบอร์ 06 และดีเวลลอปเปอร์ 30 Vol. (9%) อัตราส่วน 1:1 ทาส่วนโคน

4. ทาสีแดงกึ่งถาวร 0006 ส่วนกลางช่อ และสีเหลืองกึ่งถาวร 7.34 บริเวณส่วนปลาย ทาผมทีละส่วนไล่ขึ้นไปจนถึงผมส่วนที่ 7 ในลักษณะเดียวกันโดยเว้นผมส่วนที่ 5

5. ใช้สีแดงกึ่งถาวร 0006 ทาผมส่วนที่ 5 และผมด้านหน้าส่วนกลาง จากนั้นทาส่วนล่างของด้านข้างทั้ง 2 ข้าง รวมถึงผมด้านหน้าส่วนที่ติดกับกรอบผมด้วยสีเบอร์เดียวกันกับที่ทาบริเวณส่วนโคนผมด้านหลัง

6. ใช้สีเบอร์ 03 ทาผมด้านข้างส่วนบนทั้ง 2 ข้าง และผสมสีเบอร์ 03 กับ 06 ดีเวลลอปเปอร์ 20 Vol. (6%) อัตราส่วน 1:1 ทาผมส่วนหน้าช่อบนที่เหลือ ทิ้งเวลาทั้งหมดรวมกัน 35 นาที ล้างออกให้สะอาด สระด้วยแชมพู นวดตามด้วยทรีตเม้นต์

 

ขั้นตอนการตัด

 

 


1. แบ่งผมจากกึ่งกลางศีรษะส่วนบนลงไปด้านหลังในลักษณะกลีบส้ม ยกขึ้น 90 องศาตั้งฉากกับพื้น เอียงนิ้วมือให้เฉียงลงไปด้านหน้า 45 องศา ก่อนตัดกำหนดความยาว

2. ตัดเชื่อมช่อต่อช่อความยาวคงที่ไล่ไปจนถึงกึ่งกลางใบหูขวาและซ้าย

 

 

4. แบ่งผมจากแนวกึ่งกลางศีรษะส่วนบนในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าไล่ลงไปใต้บริเวณจุดทุย หวีผมให้เรียบตึงยกขึ้น 90 องศาตั้งฉากกับพื้น ตัดให้ความยาวเสมอกันกับฐานความยาวส่วนบน

 

 

6. หวีแบ่งผมด้านข้างจากเหนือหางคิ้วซ้ายจนถึงกึ่งกลางใบหูซ้ายให้เรียบตึง ตัดให้ความยาวอยู่ระดับต่ำกว่าคางลงไปประมาณ 2 นิ้ว โดยให้แนวผมเฉียงจากด้านหน้าขึ้นไปด้านใน 45 องศา ตัดอีกด้านในลักษณะเดียวกัน

 

 

8. ตัดกำหนดความยาวผมหน้าม้าให้อยู่ระดับเหนือคิ้ว

 

ขั้นตอนการจัดแต่งทรงผม

 


1. ฉีดสเปรย์มูสก่อนการเป่าไดร์

2. ใช้ไดร์เป่ายกโคนผมให้พองฟู และไดร์ผมหน้าม้าให้เรียบโค้งเข้าหาศีรษะ

 

 

3. แบ่งผมทีละช่อจากด้านข้างโดยเว้นบริเวณกรอบผมทั้ง 2 ข้างเก็บไว้ จากนั้นม้วนลอนผมด้วยโรลไฟฟ้าโดยการหมุนแกนเข้าหาใบหน้า ทีละช่อให้ทั่วทั้งศีรษะ

4. หนีบกรอบผมด้านหน้าทั้ง 2 ข้างให้เรียบโค้งเข้าหาศีรษะ

 

 

Royal Reels

Tuesday, April 17th, 2012

gclub Royal Reels
Royalty, เพชร และ เหรียญแจ๊คพ็อต 2,500 เหรียญ ซึ่งจะมีสามสิ่งนี้ในการนำเสนอการเล่นยอดเยี่ยมในการเล่นเกม Royal Reels นี่เป็น Betsoft วิดีโอโบนัสสล็อต gclub ที่มีคุณสมบัติ 5 รีล , 30 เพย์ไลน์ กับสัญลักษณ์โรยอลของโป๊กเกอร์ , เชอร์รี่ พลัม, มงกุฎอัญมณี และ เพชร . Betsoft จะรักษาสิ่งเหล่านี้อย่างเรียบง่ายกับเกมนี้
gclub เพชรเป็นสัญลักษณ์ที่แทนสัญลักษณ์ทั้งหมดบนวงล้อหมุน ยกเว้นมงกุฎอัญมณี เมื่อคุณเห็นมงกุฎปรากฏขึ้น 3 มงกุฎ บนวงล้อหมุนของคุณ นั้นจะนำคุณไปสู่หน้าจอที่สองที่คุณได้เลือกไว้จากมงกุฎ gclub จากนั้นรางวัลโบนัสที่คุณได้รับก็จะปรากฏ หากคุณเห็นมงกุฎ 3 อันหรือมากกว่านั้นบนวงล้อหมุนให้คุณคลิกที่โบนัส click me bonus ก็เหมือนอย่าง Betsoft’s slots ทั้งหมด และเหรียญนั้นจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0.02-1.00 และ มากถึง gclub 5 เหรียญต่อไลน์

Grand National Keno

Tuesday, April 17th, 2012

princess crown Grand National Keno
เลือกหมายเลข 8 หมายเลข จาก 40 หมายเลขในบัตรของ the Grand National Keno เพื่อที่จะชนะได้ถึง 10,000x จากเงินเดิมพันของคุณ princess crown
เมื่อคุณเลือก 8 หมายเลขทั้งหมดแล้ว มันจะมีเพียงแค่ 2 คู่ที่จะแมทช์กันถึงจะทำให้คุณชนะและจะได้เงินคืน และถ้าคุณได้ 3 คู่ แมทช์กัน คุณจะได้เป็นสองเท่า
หลังจากที่คุณวางเงินเดิมพันแล้ว ม้าจะวิ่งออกจากประตูเข้าสู่แต่ละหมายเลขของเขา princess crown
ในขณะที่พวกเขาถึงเส้นชัยหมายเลขจะมีไฮน์ไลน์ขึ้นโชว์บนบัตรคีโน ถ้าหมายเลขนั้นแมทช์กันตารางการจ่ายเงินก็จะสว่างขึ้นเพื่อบอกว่าคุณได้เงินรางวัลเท่าไหร่ในหมายเลขจุดนั้น princess crown
เมื่อเกมจบเรียบร้อยแล้วคุณถึงจะได้รับเงินรางวัล

อายุยืน 100 ปี ตามแบบฉบับเคล็ดลับชาวญี่ปุ่น

Sunday, April 15th, 2012

เคล็ดลับสุขภาพ

การจะมีชีวิตอยู่ให้ถึงอายุ 100 ปีคงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญต้องมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร ลองดูพฤติกรรมของชาวโอกินาว่าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก พวกเขามีเคล็ดลับอยู่ที่การเพิ่มเครื่องเทศและสมุนไพรในอาหาร และให้ความสำคัญกับการออกกำลังทั้งกายและใจ ซึ่งวิธีเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติตามได้ครบทุกขั้นตอน ไม่เพียงเท่านี้ยังเสริมด้วยเรื่องของเกร็ดสุขภาพทั้งกายใจ ที่ทำง่ายในทุกวันอีกด้วย

กินดี อยู่ดี มีความสุข…ตามแบบฉบับชาวโอกินาว่า

ชาวโอกินาว่ามีชีวิตประจำวันที่เหมือนกับชาวชนบททั่วไปคือ เน้นกินผักเป็นหลัก กินเนื้อเป็นรอง แทบทุกเมนูต้องใส่เครื่องเทศ และสมุนไพร ในเรื่องสุขภาพใจ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องคิดบวก เพราะเชื่อว่าการมีทัศนคติที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการมีอายุยืน ที่สำคัญคือ พวกเขาเก่งมวยไท้เก็ก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบเน้นเรื่องการฝึกลมหายใจและทำสมาธิ ด้วยวิธีการเหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี จนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี

8 อาหารสำคัญของชาวโอกินาว่า

 1.มะระ นิยมนำมาปรุงอาหารขณะที่ยังไม่สุกงอมดี โดยการนำมาผัดกับเต้าหู้ ใส่ไข่ แล้วผัดด้วยน้ำมันคาโนลา หรือฝานบาง ๆ ใส่ในแซนด์วิช หรือใช้เป็นผักเคียงในเมนูซูซิ

 2.แครอท ชาวโอกินาว่าไม่นิยมทานหัวแครอทเหมือนบ้านเรา แต่จะใช้ใบสีเขียวของแครอทมาประกอบอาหารโดยการนำใบมาสับละเอียด ตอกไข่ใส่ แล้วผัดกับข้าวกล้องหรือนำไปเป็นผักโรยในซุป

 3.Hechima หรือบวบญี่ปุ่น นิยมนำไปเป็นผักเครื่องเคียง กินกับเต้าหู้ในซุปมีโสะ

 4.สมุนไพรเผ็ดร้อน ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติรักษาโรค เช่น ขมิ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อ พริกช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดยี่หร่าช่วยอาหารโดยนำมาปรุงเป็นส่วนประกอบในเมนูบะหมี่สูตรน้ำซุป หรือใส่ลงในมนูผัดผัก

 5.สาหร่าย นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารมากกว่าผักชนิดอื่นเพราะหาง่าย เช่น คอมบุ โนริ ฮิจิกิ วากาเมะ เป็นต้น โดยการนำไปแปรรูปเป็นสาหร่ายแผ่นทอดกรอบ อบแห้ง ใส่ในซุป หรือนำไปห่อข้าว

 6.มันเทศ นิยมนำไปทำเป็นมันทอด โดยหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว นำไปทอดด้วยน้ำมันมะกอก หรือ หรือใช้มันเทศทั้งหัวไปเผาสุมในกองใบไม้แห้ง ไว้กินเล่นในฤดูหนาว

 7.โฮลเกรน ชาวโอกินาว่าเชื่อว่าการบริโภคธัญพืช เช่น ข้าวบาเล่ย์ ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง สามารถเติมพลังให้กับจิตวิญญาณได้ จึงนิยมนำไปหุงผสมชนิดกันเพื่อทำเป็นข้าวพิลาฟ (Pilaf) หรือข้าวที่หุงรวมกับสมุนไพร ธัญพืช หรือเครื่องเทศ

 8.ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ มิโสะ และถั่วแระนิยมนำถั่วแระผัดในข้าว หรือใช้มิโสะเป็นซูป และอีกเมนูนิยมของชาวโอกินาว่าก็คือ การใช้เต้าหู้ทำชีสเค้ก

สมุนไพรไทย

อายุยืนด้วย 5 สมุนไพรหาง่ายในครัวบ้านเรา

 1.กระเทียม ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตามผลวิจัยของ National Health and Medical Research Council เผยว่า การบริโภคกระเทียม แค่ 1 หัวต่อวันช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ เพราะสารประกอบไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulphide) ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ

 2.ขมิ้น บำรุงข้อต่อ ด้วยสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีคุณสมบัติต้านแอมีลอยด์ (amyloid) หรือคราบพลัคโปรตีน ไม่ให้ตกตะกอนในเซลล์เนื้อเยื่อจนเรื้อรังอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ข้อต่อ สมอง ดังนั้นการกินขมิ้นวันละ 1 เหง้า ก็สามารถช่วยให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคไขข้ออักเสบได้แล้ว

 3.ใบเสจ บำรุงสมอง ด้วยสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ที่มีผลต่อการควบคุมสมองในส่วนการรับรู้ ซึ่งทำงานสัมพันธ์โดยตงกับระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nerve) หรือระบบประสาทอัตโนมัติ หากกินเสจเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้สมองหลั่งสารอซีติลโคลีนเป็นปกติ สมองจึงสามารถจำอะไรได้แม่นยำขึ้น อาจตวงใบเสจ 1 ¼ ออนซ์ แช่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง ใช้จิบเป็นชาดื่มตลอดวัน

 4.ใบไทม์ (Thyme) บำรุงไต เป็นสมุนไพรรสชาติเย็นคล้ายใบมินท์ มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดไต และระบบทางเดินปัสสาวะ นิยมนำไปใช้ชงเป็นชาใบไทม์ โดยตวงใบไทม์ ½ ออนซ์ (หรือ 1 ช้อนโต๊ะ) ต้มในน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ทิ้งให้ตกตะกอนประมาณ 15 นาที อาจเพิ่มความหวานโดยการเติมน้ำผึ้ง ใช้จิบได้ตลอดวัน ควรดื่มอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ถ้วย

 5.ผักชีสด ขับโลหะหนัก ในหนังสือที่มีชื่อว่า Transdermal Magnesium Therapy ที่เขียนโดย Mark Sircus เขาแนะนำว่า กินใบผักชีสดเพียง 1 กำมือเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการขับปรอทออกจากเซลล์สมองและระบบประสาทส่วนกลางได้แล้ว เพราะถ้าร่างกายมีปรอทสะสมอยู่ในปริมาณมากจะส่งผลให้ปอดอักเสบ หายใจไม่สะดวก และร้ายแรงจนถึงขั้นสูญเสียการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของแขน ขา ระบบประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย เช่น การได้ยินไม่ชัด มองไม่ชัด พูดไม่ชัด เป็นต้น

ความสุข

6 วิธีสุขใจให้อายุยืน

 1.หัวเราะ นักหทัยวิทยาในสหรัฐเผยว่า การหัวเราะ 100-200 ครั้ง เทียบได้กับการเดินเร็ว 10 นาที และเป็นวิธีธรรมชาติช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น

 2.ชีวิตคู่ ต้องจัดการให้ลงตัว ผลการวิจัยของ Health Psychology Journal ในสหรัฐเผยว่า คู่ชายหญิงที่หย่าร้างกัน มีอายุขัยสั้นกว่ากำหนด เพราะชีวิตตึงเครียดด้วยปัญหาที่ต้องคิด ในทางกลับกัน คู่ชายหญิงที่มีกิจกรรมบนเตียงบ่อยครั้งมีอายุยืนกว่า เพราะการมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยคืนอายุให้ดูเด็กลงถึง 7 ปี

 3.ธรรมะ ธรรมโมเข้าไว้ ผลการวิจัยของ International Journal for Psychiatry and Medicine เผยว่าความเครียด และอารมณ์ขุ่นมัวคือ ต้นเหตุให้เจ็บป่วย และร่างกายสามารถขจัดมันออกไปได้ด้วยพลังของจิตใจที่สงบ ซึ่งเราสามารถฝึกจิตให้แข็งแรงได้ด้วย การเข้าโบสถ์ เข้าวัดฟังธรรม และการทำบุญ

 4.เข้าสมาคม การเข้าร่วมสมาคมกีฬา หรือการเข้าสมาคมในองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ นับเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้สูงอายุ ผลการวิจัยของ Harvard University เผยว่า วิธีเหล่านี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวเองมีค่า และรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายมากขึ้น

 5.อยู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง “งาน” ผลการวิจัยของ Johns Hopkins University เผยว่า ผู้ที่ชอบเก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายกว่า 20 เท่าของผู้ที่ไม่เก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากเป็นการสะสมความเครียดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ภูมิคุ้มกันในร่างกายจึงลดต่ำลงเรื่อย ๆ ผลที่ได้คือ แก่ก่อนวัยอันควร

 6.เลี้ยงสัตว์ ผลการวิจัยของ University of Cambridge เผยว่า สัตว์เลี้ยงทำให้คนมองโลกในแง่ดี และมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย คอรบครัวที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมวจะมีความเครียดน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เลี้ยงสัตว์อะไรเลย อีกทั้งยังมีอัตราการเจ็บป่วยจนต้องไปพบแพทย์น้อยครั้งกว่าด้วย

Playtech Blackjack Switch

Thursday, April 5th, 2012

แทงหวยออนไลน์ Playtech Blackjack Switch
แบล๊คแจ๊คสวิทช์เป็นรูปแบบใหม่ของแบล๊คแจ๊ค แทงหวยออนไลน์ ปัจจุบันเปิดให้บริการเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้นที่ Playtech Casinos นอกจากนี้คุณยังสามารถหาเกมการ์ดใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจได้อีกในคาสิโนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ในเวกัส
กฎของ Playtech สำหรับแบล๊คแจ๊คสวิทช์นั้นจะค่อนข้างใกล้เคียงกับกฎของเฮ้าส์สำหรับเกมส่วนใหญ่จะใช้ที่บ่อนคาสิโนมีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นไม่กี่ที่ แทงหวยออนไลน์
ในรุ่นรูปแบบเกมของ Playtech นั้นจะใช้การด์ 6 เดคแต่ส่วนใหญ่ปกติใน Vegas casinosนั้นจะใช้ 8 เดค แทงหวยออนไลน์ เจ้ามือนั้นไม่ได้เลือกที่จะมองในเวอร์ชั่นของ Playtech ในขณะที่ในบ่อนคาสิโน เจ้ามือจะมองที่ เอซ หรือ 10 ที่ไพ่นั้นโชว์ แทงหวยออนไลน์ ผู้เล่นจะถูกจำกัดให้เพียงแค่ 1 สปริตที่ Playtech Casino

Hold’em High Table Poker

Monday, April 2nd, 2012

sbobet Hold’em High Table Poker
วันนี้เล่นมัลติ แฮนด์ โอลด์เอ็ม ไฮท์ ได้นำเสนอเกมล้ำสมัยในรูปไมโครเกมมิ่ง sbobet โกลด์ ซีรี่ย์ของเกมบนโต๊ะ เรียก มัลติ แฮนด์ โอลด์เอ็ม ไฮท์
วิทยาการและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยล่าสุดมีในเกมนี้ อีกทั้งคุณภาพสูงสุด ความรวดเร็ว กราฟิกและเสียงที่เหมือนจริง ที่คุณสัมผัสได้ ทั้งยังลุ้นรับเงิน
ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นซิงเกิลแฮนด์หรือมากสุด 5 แฮนด์ ที่มีทางเลือกของไซด์เบ็ท กับไพ่ที่ถูกต้องเป็นรอยัลฟลัชลุ้นรับทุนคืน 500 ต่อ 1 ในเดิมพันแอนตี้และคอลล์/เรส ซึ่งทำให้มีสิทธิลุ้น 50:1 ในไซด์เบ็ท
นั่นหมายถึงว่าการเล่นเวอร์ชั่นเจ็ดคาร์ด ผู้เล่นสามารถลุ้นรับถึง 75,000 ปอนด์และอีก 2,500 ปอนด์ในไซด์เบ็ท
เป้าเหมายของการออกแบบเกมใหม่ล่าสุด เพื่อให้คุณได้รับความสนุกสนาน รื่นเริงกับภาพที่เคลื่อนไหวเหมือนจริง sbobet รวมถึงเสียงแบบดิจิตอล กราฟิกและจินตนาการที่ท่านรู้สึกถึงความเพลิดเพลินสูงสุด
เกมล่าสุดนี้มีรูปแบบยอดเยี่ยมรวมทั้งมิติของทิวทัศน์ของผู้เล่น แอนนิเมชั่นในการเลือกชิป, ถาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อวางชิป sbobet พร้อมฉากหลังที่บรรเลงด้วยดนตรีแสนไพเราะ เมื่อคุณเริ่มต้นเล่น ไอคอนจะปรากฏ, ไพ่จะออกมาและชิปจะมีการเคลื่อนไหว เรามั่นใจว่าคุณจะได้รับความเพลินเพลินกับเกมนี้แน่นอน
จับจองที่นั่งที่หรูหรา ที่มีสีสันของโต๊ะที่สวยงามจากวิวัฒนาการล่าสุดของอินเทอร์เน็ตเกมมิ่ง ซึ่งเปิดโอกาสจริงให้คุณได้ท้าทายพร้อมรับเงินก้อนโต
กฏกติกาทั้งหมดในแต่ละเกมพร้อมที่จะแฮนด์บนโต๊ะ sbobet และการควบคุมการสื่อสารของผู้เล่นมีให้ชัดเจนและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเริ่มจาก 1 ปอนด์ ถึง 50 ปอนด์ ซึ่งไม่จำกัดจำนวน โดยมีการปรับเปลี่ยนขนาดเพื่อให้เดิมพันปัจจุบันที่มีจำนวนชิปอย่างต่ำที่กำหนด

ระดับมือโป๊กเกอร์

Monday, March 19th, 2012

gclub ระดับมือโป๊กเกอร์
รายชื่อระดับของมือโป๊กเกอร์ด้วยคาร์ด 5 ใบเป็นกการจัดอันดับมาตรฐาน จากระดับสูงสุดไปจนต่ำสุด คุณจะต้องแน่ใจก่อนว่าคุณรู้เกี่ยวกับระดับของมือโป๊กเกอร์ก่อนที่จะลงมือเล่นจริง ถ้าผู้ชนะมากกว่าสองคนที่มีระดับมือเดียวกันควรจะแยกพอตท์ไหนระหว่างผู้เล่น
Five of a Kind (ไฟว์ ออฟ อะ ไคน์ ) gclub
ไฟว์ ออฟ อะ ไคน์ เป็นระดับมือของโป๊กเกอร์ที่สูงสุดก็เป็นไปได้ มือนี้จะประกอบด้วยไพ่ 5 ใบที่มีตำแหน่งเดียวกัน หากมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่ง มี Five of a Kind ไพ่ที่มีค่าสูงสุดจะชนะ เช่น 5 Aces ชนะ 5 Kings และชนะ 5 queens และอื่นๆ Five of a Kind จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้ wilds card เกิดขึ้น
Royal Flush (รอยัลฟลัช )
รอยัลฟลัชเป็น Ace ที่สูงกว่า Straight Flush ( สเตรท ฟลัช ) คือ A-K-Q-J-10 ดอกเดียวกัน รอยัล ฟลัช เป็นใบที่ดีที่สุดในแนชเชอรัลโป๊กเกอร์แฮนด์ แนชเชอรัลนั้นแค่เป็นชื่อของมือที่เป็นไปได้โดยไม่มีการใช้ wild card ดูที่ข้อความข้างล่างสำหรับความหมายของ สเตรท ฟลัช
Straight Flush (สเตรท ฟลัช ) gclub
สเตรท ฟลัช คือไพ่ 5 ใบที่เรียงลำดับกันและมีดอกเดียวกัน เช่น 4-5-6-7-8 ส่วนมากในโป๊กเกอร์นั้นถ้าเกิดสเตรท ฟลัช เหมือนกันให้ดูว่าแต้มใครสูงกว่ากัน ส่วนใหญ่นั้นแต้มที่สูงสุดมักจะเป็น (A-K-Q-J-10) และต่ำสุดคือ (5-4-3-2-1) แต่
สเตรทนั้นนั้นไม่ได้หมายถึง Q-K-A-2-3 ถ้ามีอย่างนี้ในมือไม่เรียกว่าสเตรท เพราะสเตรท ฟลัช นั้นจะต้องมีดอกเดียวกันและเรียงกัน ถ้าคุณมีไพ่ในมือเป็น 6-7-8-9-10 นั้นก็คือ สเตรท ฟลัช นั่นก็ถือว่าเป็นไพ่ที่สวย
Four of a Kind โฟร์ ออฟ อะ ไคน์ (คว๊อด)
โฟร์ ออฟ อะ ไคน์ คือ ไพ่ 4 ใบที่มีตำแหน่งเดียวกันโดยไม่จำเป็นต้องเป็นดอกเดียวกัน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 4 ใบ ถ้ามีผู้เล่นนั้นมี Four of a Kind เหมือนกันให้ดูที่ระดับของแต้มว่าใครสูงกว่ากัน แต่ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้ Four of a Kind เหมือนกับผู้เล่นคนอื่น ให้เปรียบเทียบระดับของมือว่าใครสูงกว่ากันผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะ อย่างเช่น 4-4-4-4-A ชนะ 4-4-4-4-9

Full House ฟูลเฮ้าส์
ฟูลเฮ้าส์ คือ ไพ่ตอง + คู่ เช่น Q-Q-Q-3-3 หากแต้มเท่ากันให้นับตองก่อน และตามด้วยแต้มคู่ เช่น Q-Q-Q-3-3 ชนะ
9-9-9-A-A และ 9-9-9-A-A ชนะ 9-9-9-Q-Q.
Flush ฟลัช gclub
ฟลัช คือ ไพ่ที่มีสีเดียวกันทั้งหมด 5 ใบ ในกรณีที่มีฟลัชมากกว่า 1 คน ให้นับใบที่มากที่สุด
Straight สเตรท
สเตรทนั้นประกอบด้วย ไพ่ดอกใดก็ได้ที่มีแต้มเรียงลำดับกัน 5 ใบ เช่น 5-6-7-8-9 อย่างที่ระบุไว้ ว่า Ace เป็นได้ทั้งต่ำและสูง เช่น เรียงสูงสุดคือ (A-K-Q-J-10) และเรียงต่ำสุดคือ (5-4-3-2-1) แต่ Q-K-A-2-3 นั้นไม่นับเป็นสเตรท ในกรณีที่มีเรียงเหมือนกันมากกว่า 1 คน ให้นับจากใบที่มากที่สุด เป็นผู้ชนะ อย่างเช่น 6-7-8-9-10 ชนะ 3-4-5-6-7 เป็นต้น
Three of a Kind ทรี ออฟ อะ ไคน์ (ตอง)
ทรี ออฟ อะ ไคน์ คือ ไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 3 ใบ ถ้าคุณมีไพ่คู่นั้นถือว่าคุณมีฟูลเฮ้าส์ไม่ใช่ตอง และคุณควรเดิมพันมากขึ้น แต่ถ้ามีผู้เล่นมีตองมากกว่า 1 คน ให้นับแต้มที่สูงกว่าเป็นผู้ชนะ แต่ถ้ามีตองแต้มเท่ากันให้ถือตามกฎของไพ่ที่สูงกว่า
Two Pair ทูแพร์ ( 2คู่ ) gclub
ทูแพร์หรือว่า มีคู่ 2 คู่ ที่มีแต้มเท่ากันและดอกเดียวกัน เช่น K-K-Q-Q-5 เป็นไพ่คู่ที่มีแต้มชนะ แต่ถ้ามีสองคู่เหมือนกันให้นับตัวที่มากที่สุดก่อน ถ้าคู่ที่มากที่สุดเหมือนกันให้นับตัวถัดไปเป็นผู้ชนะ แต่ถ้ามีคู่เหมือนกันทั้งสองตัวให้ยึดตามแต้มที่มากกว่า
Pair แพร์ (คู่ )
แพร์คือไพ่ที่มี 1 คู่นั่นเอง หากมีไพ่คู่ตัวเดียวกันให้นับตามกฎ tiebreakers ว่าใบไหนมีค่าสูงกว่ากัน
High Card ไฮคาร์ด ( ไพ่สูง)
ไฮคาร์ดคือ ไพ่ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติใดสมบัติหนึ่งในระดับของมือโป๊กเกอร์ ตามข้างต้น หากไม่มีอะไรที่ว่ามา ให้นับไพ่ใบสูงที่สุด ใครมีไพ่สูงที่สุดเป็นผู้ชนะ gclub หากมีผู้ถือไพ่สูงที่สุดตัวแรกเท่ากันให้นับตัวที่สอง หากตัวที่สองเท่ากันอีก ให้นับตัวที่สาม หากยังเท่ากันอีกให้แบ่งเงินกองกลาง

อายุยืน 100 ปี ตามแบบฉบับเคล็ดลับชาวญี่ปุ่น

Sunday, March 18th, 2012

เคล็ดลับสุขภาพ

การจะมีชีวิตอยู่ให้ถึงอายุ 100 ปีคงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญต้องมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร ลองดูพฤติกรรมของชาวโอกินาว่าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก พวกเขามีเคล็ดลับอยู่ที่การเพิ่มเครื่องเทศและสมุนไพรในอาหาร และให้ความสำคัญกับการออกกำลังทั้งกายและใจ ซึ่งวิธีเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติตามได้ครบทุกขั้นตอน ไม่เพียงเท่านี้ยังเสริมด้วยเรื่องของเกร็ดสุขภาพทั้งกายใจ ที่ทำง่ายในทุกวันอีกด้วย

กินดี อยู่ดี มีความสุข…ตามแบบฉบับชาวโอกินาว่า

ชาวโอกินาว่ามีชีวิตประจำวันที่เหมือนกับชาวชนบททั่วไปคือ เน้นกินผักเป็นหลัก กินเนื้อเป็นรอง แทบทุกเมนูต้องใส่เครื่องเทศ และสมุนไพร ในเรื่องสุขภาพใจ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องคิดบวก เพราะเชื่อว่าการมีทัศนคติที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการมีอายุยืน ที่สำคัญคือ พวกเขาเก่งมวยไท้เก็ก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบเน้นเรื่องการฝึกลมหายใจและทำสมาธิ ด้วยวิธีการเหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี จนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี

8 อาหารสำคัญของชาวโอกินาว่า

 1.มะระ นิยมนำมาปรุงอาหารขณะที่ยังไม่สุกงอมดี โดยการนำมาผัดกับเต้าหู้ ใส่ไข่ แล้วผัดด้วยน้ำมันคาโนลา หรือฝานบาง ๆ ใส่ในแซนด์วิช หรือใช้เป็นผักเคียงในเมนูซูซิ

 2.แครอท ชาวโอกินาว่าไม่นิยมทานหัวแครอทเหมือนบ้านเรา แต่จะใช้ใบสีเขียวของแครอทมาประกอบอาหารโดยการนำใบมาสับละเอียด ตอกไข่ใส่ แล้วผัดกับข้าวกล้องหรือนำไปเป็นผักโรยในซุป

 3.Hechima หรือบวบญี่ปุ่น นิยมนำไปเป็นผักเครื่องเคียง กินกับเต้าหู้ในซุปมีโสะ

 4.สมุนไพรเผ็ดร้อน ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติรักษาโรค เช่น ขมิ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อ พริกช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดยี่หร่าช่วยอาหารโดยนำมาปรุงเป็นส่วนประกอบในเมนูบะหมี่สูตรน้ำซุป หรือใส่ลงในมนูผัดผัก

 5.สาหร่าย นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารมากกว่าผักชนิดอื่นเพราะหาง่าย เช่น คอมบุ โนริ ฮิจิกิ วากาเมะ เป็นต้น โดยการนำไปแปรรูปเป็นสาหร่ายแผ่นทอดกรอบ อบแห้ง ใส่ในซุป หรือนำไปห่อข้าว

 6.มันเทศ นิยมนำไปทำเป็นมันทอด โดยหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว นำไปทอดด้วยน้ำมันมะกอก หรือ หรือใช้มันเทศทั้งหัวไปเผาสุมในกองใบไม้แห้ง ไว้กินเล่นในฤดูหนาว

 7.โฮลเกรน ชาวโอกินาว่าเชื่อว่าการบริโภคธัญพืช เช่น ข้าวบาเล่ย์ ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง สามารถเติมพลังให้กับจิตวิญญาณได้ จึงนิยมนำไปหุงผสมชนิดกันเพื่อทำเป็นข้าวพิลาฟ (Pilaf) หรือข้าวที่หุงรวมกับสมุนไพร ธัญพืช หรือเครื่องเทศ

 8.ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ มิโสะ และถั่วแระนิยมนำถั่วแระผัดในข้าว หรือใช้มิโสะเป็นซูป และอีกเมนูนิยมของชาวโอกินาว่าก็คือ การใช้เต้าหู้ทำชีสเค้ก

สมุนไพรไทย

อายุยืนด้วย 5 สมุนไพรหาง่ายในครัวบ้านเรา

 1.กระเทียม ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตามผลวิจัยของ National Health and Medical Research Council เผยว่า การบริโภคกระเทียม แค่ 1 หัวต่อวันช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ เพราะสารประกอบไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulphide) ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ

 2.ขมิ้น บำรุงข้อต่อ ด้วยสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีคุณสมบัติต้านแอมีลอยด์ (amyloid) หรือคราบพลัคโปรตีน ไม่ให้ตกตะกอนในเซลล์เนื้อเยื่อจนเรื้อรังอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ข้อต่อ สมอง ดังนั้นการกินขมิ้นวันละ 1 เหง้า ก็สามารถช่วยให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคไขข้ออักเสบได้แล้ว

 3.ใบเสจ บำรุงสมอง ด้วยสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ที่มีผลต่อการควบคุมสมองในส่วนการรับรู้ ซึ่งทำงานสัมพันธ์โดยตงกับระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nerve) หรือระบบประสาทอัตโนมัติ หากกินเสจเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้สมองหลั่งสารอซีติลโคลีนเป็นปกติ สมองจึงสามารถจำอะไรได้แม่นยำขึ้น อาจตวงใบเสจ 1 ¼ ออนซ์ แช่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง ใช้จิบเป็นชาดื่มตลอดวัน

 4.ใบไทม์ (Thyme) บำรุงไต เป็นสมุนไพรรสชาติเย็นคล้ายใบมินท์ มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดไต และระบบทางเดินปัสสาวะ นิยมนำไปใช้ชงเป็นชาใบไทม์ โดยตวงใบไทม์ ½ ออนซ์ (หรือ 1 ช้อนโต๊ะ) ต้มในน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ทิ้งให้ตกตะกอนประมาณ 15 นาที อาจเพิ่มความหวานโดยการเติมน้ำผึ้ง ใช้จิบได้ตลอดวัน ควรดื่มอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ถ้วย

 5.ผักชีสด ขับโลหะหนัก ในหนังสือที่มีชื่อว่า Transdermal Magnesium Therapy ที่เขียนโดย Mark Sircus เขาแนะนำว่า กินใบผักชีสดเพียง 1 กำมือเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการขับปรอทออกจากเซลล์สมองและระบบประสาทส่วนกลางได้แล้ว เพราะถ้าร่างกายมีปรอทสะสมอยู่ในปริมาณมากจะส่งผลให้ปอดอักเสบ หายใจไม่สะดวก และร้ายแรงจนถึงขั้นสูญเสียการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของแขน ขา ระบบประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย เช่น การได้ยินไม่ชัด มองไม่ชัด พูดไม่ชัด เป็นต้น

ความสุข

6 วิธีสุขใจให้อายุยืน

 1.หัวเราะ นักหทัยวิทยาในสหรัฐเผยว่า การหัวเราะ 100-200 ครั้ง เทียบได้กับการเดินเร็ว 10 นาที และเป็นวิธีธรรมชาติช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น

 2.ชีวิตคู่ ต้องจัดการให้ลงตัว ผลการวิจัยของ Health Psychology Journal ในสหรัฐเผยว่า คู่ชายหญิงที่หย่าร้างกัน มีอายุขัยสั้นกว่ากำหนด เพราะชีวิตตึงเครียดด้วยปัญหาที่ต้องคิด ในทางกลับกัน คู่ชายหญิงที่มีกิจกรรมบนเตียงบ่อยครั้งมีอายุยืนกว่า เพราะการมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยคืนอายุให้ดูเด็กลงถึง 7 ปี

 3.ธรรมะ ธรรมโมเข้าไว้ ผลการวิจัยของ International Journal for Psychiatry and Medicine เผยว่าความเครียด และอารมณ์ขุ่นมัวคือ ต้นเหตุให้เจ็บป่วย และร่างกายสามารถขจัดมันออกไปได้ด้วยพลังของจิตใจที่สงบ ซึ่งเราสามารถฝึกจิตให้แข็งแรงได้ด้วย การเข้าโบสถ์ เข้าวัดฟังธรรม และการทำบุญ

 4.เข้าสมาคม การเข้าร่วมสมาคมกีฬา หรือการเข้าสมาคมในองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ นับเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้สูงอายุ ผลการวิจัยของ Harvard University เผยว่า วิธีเหล่านี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวเองมีค่า และรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายมากขึ้น

 5.อยู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง “งาน” ผลการวิจัยของ Johns Hopkins University เผยว่า ผู้ที่ชอบเก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายกว่า 20 เท่าของผู้ที่ไม่เก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากเป็นการสะสมความเครียดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ภูมิคุ้มกันในร่างกายจึงลดต่ำลงเรื่อย ๆ ผลที่ได้คือ แก่ก่อนวัยอันควร

 6.เลี้ยงสัตว์ ผลการวิจัยของ University of Cambridge เผยว่า สัตว์เลี้ยงทำให้คนมองโลกในแง่ดี และมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย คอรบครัวที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมวจะมีความเครียดน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เลี้ยงสัตว์อะไรเลย อีกทั้งยังมีอัตราการเจ็บป่วยจนต้องไปพบแพทย์น้อยครั้งกว่าด้วย

50 ไอเดียง่าย ๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

Saturday, March 17th, 2012

happy

เคยมีคนบอกว่าร่างกายและจิตใจของเราเชื่อมถึงกัน ต่อให้เราป่วยหนัก ถ้ากำลังใจดี อาการของเราก็จะดีขึ้นได้ ในทางกลับกัน ถ้าเราเครียดมาก ๆ จากที่สุขภาพแข็งแรงดีก็จะกลายเป็นล้มป่วยได้ เพราะฉะนั้นขอแค่เพียงทั้งสุขภาพและอารมณ์ของเราดีแล้ว เราก็จะมีความสุข และเพื่อให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงอารมณ์ดีตลอดเวลา วันนี้กระปุกดอทคอมจึงนำเอาไอเดียดี ๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมองและรูปแบบการใช้ชีวิตมาให้ลองอ่านกันดู

 1. ใส่เสื้อผ้าสีสด ๆ

แม้ว่าสีขาวดำจะใช้ได้ดีในทุกโอกาสก็ลองเปลี่ยนมาใส่สีสันสดใสอย่างสีชมพูหรือสีเหลืองดูบ้าง จะช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมั่นใจขึ้นด้วย ผิดกับการใส่แต่สีขาวดำทุกวันที่ทำให้คุณดูเป็นคนไม่สนุกสนานและน่าเบื่อ

 2. วิ่งวันละ 20 นาที

ไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งข้างนอก คุณก็สามารถวิ่งด้วยเครื่องวิ่งที่บ้านได้ แค่วันละ 20 นาทีก็สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้หลายกิโลแคลอรี่แล้ว ที่สำคัญเวลาวิ่งก็ไม่ต้องไปจับราว ปล่อยมือไปตามสบายเลย จะทำให้คุณได้วิ่งเต็มที่มากขึ้น

 3. วอร์มร่างกาย

ควรวอร์มร่างกายทุกครั้งก่อนออกกำลังกาย ร่างกายจะได้ไม่ต้องรับภาระหนักจนเกินไป เพียงแค่วิธีง่าย ๆ อย่างการเหวี่ยงแขนไปมาก็พอแล้ว

 4. ยืนเล่นคอมพิวเตอร์

วิธีแก้อาการปวดหลังปวดไหล่ที่เกิดจากการนั่งเล่นคอมพิวเตอร์นาน ๆ นั้นแก้ได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณวางคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้น แล้วเปลี่ยนจากนั่งเป็นยืนบ้างก็เพียงพอแล้ว หรือถ้าหากไม่สามารถยืนได้ เวลาที่รู้สึกเมื่อยก็ควรพัก ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วลุกไปทำอย่างอื่นบ้าง แต่ถ้าผละจากหน้าจอไม่ได้จริง ๆ วิธีสุดท้ายคือเลือกนั่งบนสวิสบอลซึ่งช่วยในการออกกำลังกายไปในตัวแทนการนั่งเก้าอี้ทำงาน

 5. ปั่นจักรยานไปเที่ยว

นอกจากจะได้ช่วยโลกลดมลภาวะแล้ว คุณยังได้ช่วยแก้ปัญหารถติด แถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย

 6. เดินขึ้นบันได

ถ้าวันไหนไม่รีบมาก เดินขึ้นบันไดดูบ้างก็ได้ จะได้ไม่ต้องไปต่อคิวรอขึ้นลิฟท์กับคนอื่น แล้วก็จะได้เป็นการฝึกตัวเองให้ออกกำลังกายวันละเล็กน้อย

 7. จอดรถไกล ๆ บ้างก็ได้

ไม่จำเป็นต้องวนหาที่จอดรถหลายรอบเพื่อให้ได้ที่ใกล้ ๆ ยอมขับไปจอดไกล ๆ บ้างก็ได้ จะได้ไม่ต้องคอยแย่งที่กับคนอื่นจนเสียสุขภาพจิต แล้วยังได้เดินออกกำลังกายไปในตัวด้วย

 8. เดินสบาย ๆ ดูบ้าง

แทนที่จะรีบร้อนวิ่งตลอดเวลา ลองเดินสบาย ๆ ดูบ้าง สำรวจบรรยากาศรอบข้าง สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำ แล้วคุณจะได้รู้ว่า ตลอดเวลาที่คุณลืมสนใจสิ่งรอบข้าง คุณพลาดอะไรไปบ้าง

 9. หาเพื่อนออกกำลังกาย

คุณจะได้ไม่เหงาและรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้คุณกับเพื่อนสนิทกันมากกว่าเดิมอีกด้วย ดีไม่ดี พอน้ำหนักลดด้วยกันทั้งคู่ จะได้มีเพื่อนไปช้อปปิ้งต่อ

 10. ดื่มน้ำเชอร์รี่สด

เวลาที่ปวดเมื่อยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาจากร้านเสมอไป ลองรักษาด้วยวิธีธรรมชาติอย่างการดื่มน้ำเชอร์รี่ดูบ้างก็ได้ เพราะนอกจากจะหวานอร่อยแล้ว สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในน้ำเชอร์รี่ยังสามารถช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยได้อีกด้วย

ทำอาหาร

 11. ทำอาหารกินเองที่บ้าน

จะได้เป็นการพัฒนาฝีมือของตัวเองและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย นอกจากนี้การทำอาหารกินเองยังช่วยให้คุณไดเอทได้มากขึ้น เพราะจะใส่แต่ส่วนผสมที่ไขมันน้อยอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ ในขณะที่ร้านอาหารบางร้านไม่สามารถทำให้คุณได้

 12. ลดของทอดซะ

ของทอดอมน้ำมันเป็นตัวการที่ทำให้อ้วน แถมบางร้านที่ใช้น้ำมันเก่ามาทอดใหม่เรื่อย ๆ ยังทำให้คุณเสียสุขภาพอีกด้วย ทางที่ดี หากอยากทานอะไรกรอบ ๆ ร้อน ๆ ก็ควรเลือกทานแบบที่ย่างหรืออบกรอบแทน

 13. ทานผักปลอดสารพิษ

ยาฆ่าแมลงที่ใช้กันเป็นอันตรายต่อร่างกายมากกว่าที่คิด ทางที่ดีควรเลือกทานผักปลอดสารพิษไปเสียเลยดีกว่า หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ควรล้างน้ำหลาย ๆ รอบ จนกว่าจะมั่นใจว่าสะอาดแล้วจริง ๆ

 14. ทานผลไม้สด

เลือกทานผลไม้สด ๆ แทนน้ำผลไม้ แล้วคุณจะได้สารอาหารมากกว่าแน่นอน เพราะน้ำผลไม้ที่คั้นแล้ววางทิ้งไว้จะทำให้วิตามินบางตัวเสียไปได้ และได้กากใยไม่เท่ากินสด ๆ นอกจากนี้ผลไม้สดยังทานแล้วอิ่มกว่าด้วยนะ

 15. หันมาทานป๊อปคอร์น

ถ้าเปรี้ยวปากอยากทานขนมเค็ม ๆ กรอบ ๆ ก็หันมาเลือกทานป๊อปคอร์นแทนมันฝรั่งทอด จะช่วยให้คุณลดปริมาณแคลอรี่ที่กินเข้าไปได้เป็นเท่าตัว

 16. ซอสมะเขือเทศก็อร่อยดี

ถ้าอดใจกินมันฝรั่งทอดไม่ได้จริง ๆ ก็กินคู่กับซอสมะเขือเทศแทนที่จะจุ่มชีสกิน อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณทานไขมันน้อยลง

 17. องุ่นแช่แข็งอร่อยไม่แพ้ไอติม

ลองเปลี่ยนจากไอติมน้ำตาลเยอะ ๆ ที่ทำให้คุณอ้วนขึ้น มากินองุ่นแช่แข็งดู เพียงแค่เอาองุ่นแช่ทิ้งไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นสัก 1 ชั่วโมง เท่านี้คุณก็จะได้ของหวานอร่อย ๆ ที่อ้วนน้อยกว่าไอติมทานแล้ว

 18. ลดน้ำเชื่อม

แทนที่จะทานแพนเค้กราดน้ำเชื่อมเยิ้ม ๆ วางผลไม้สดรสหวานหน่อยอย่างเชอร์รี่ลงบนแพนเค้กแล้วค่อยทานจะดีกว่า นอกจากเชอร์รี่จะให้รสหวานไม่ต่างไปจากน้ำเชื่อม ยังช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกเยอะ

 19. ทานข้าวซ้อมมือ

นำข้าวซ้อมมือมาหุงกินแทนข้าวขาว จะช่วยป้องกันคุณจากโรคเหน็บชาได้ นอกจากนี้ข้าวซ้อมมือก็ยังอร่อยไม่แพ้ข้าวขาวอีกด้วย

 20. เลือกขนมปังโฮลวีท

เพราะขนมปังโฮลวีทมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์และกากใยอาหารที่ช่วยให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น ทำให้เราดูดซับพลังงานส่วนเกินน้อยลง จึงดีกับสุขภาพร่างกายมากกว่า เราจึงควรหันมาทานขนมปังโฮลวีทกันให้มากขึ้น และนอกจากขนมปังแล้ว เส้นพาสต้าที่ทานก็ควรเลือกเป็นแบบโฮลวีทด้วย จะได้เป็นการช่วยในการลดน้ำหนักของคุณมากขึ้น

happy

 21. พกข้าวกล่องไปทำงาน

การพกอาหารกลางวันไปทานเองจะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้อีก และยังช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีขึ้นจากส่วนผสมที่คุณเลือกทานอีกด้วย

 22. อย่าอดอาหาร

การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นวิธีผิด ๆ เพราะคุณไม่มีทางอดไปได้ตลอดชีวิต สุดท้ายก็ต้องกลับมาอ้วนอีกอยู่ดี นอกจากนี้การอดอาหารยังทำให้คุณเหนื่อยเพลียไปทั้งวันอีกด้วย ทานเท่าที่ควรทานอย่างสม่ำเสมอจะดีกว่า

 23. มายองเนสไม่ได้อร่อยที่สุดเสมอไป

ไม่จำเป็นต้องซื้อมายองเนสมาเก็บไว้ที่บ้านอีก เวลาอยากทานมายองเนสให้ใช้มัสตาร์ดแทน เพราะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีกว่า แถมยังไม่เลี่ยนอีกด้วย

 24. อย่าทานเนื้อติดมัน

เบคอนถือเป็นของต้องห้ามสำหรับคนที่กำลังไดเอท แทนที่จะทานเนื้อติดมันที่มีไขมันสูงอย่างเนื้อหมูและเนื้อวัว ควรเปลี่ยนมาทานปลาและไก่แทน

 25. กินช้า ๆ

ทานช้า ๆ ให้ได้รับรู้รสอาหารเต็มที่ จะเป็นการช่วยให้คุณอร่อยกับมื้อนั้นมากขึ้น แถมยังทำให้คุณอิ่มเร็วขึ้น จะได้ทานน้อยลงด้วย

 26. ไข่ต้มแทนไข่ดาว

ถ้าปกติชอบทานข้าวกะเพราไก่กับไข่ดาวก็เปลี่ยนมาทานกับไข่ต้มดูบ้าง จะได้ไม่ต้องทานอาหารอมน้ำมันโดยไม่จำเป็น

 27. เวลากินข้าวอย่าดูทีวี

เลือกทำทีละอย่าง ถ้ารายการโปรดของคุณกำลังฉายอยู่ก็รอให้มันจบแล้วค่อยไปกินที่โต๊ะอาหารเป็นเรื่องเป็นราว เพราะการทานอาหารหน้าจอทีวีจะทำให้คุณเพลินจนทานเยอะขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 28. ทานข้าวเช้าก่อนออกจากบ้าน

แทนที่จะกดเลื่อนเวลานาฬิกาปลุกออกไปเรื่อย ๆ ลุกออกจากเตียงทันทีแล้วไปหาอาหารเช้าง่าย ๆ ทานดีกว่า จะได้ช่วยให้คุณสดชื่นตื่นเต็มตามากขึ้น

 29. ดื่มกาแฟดำ

หันมาดื่มกาแฟดำเข้ม ๆ แทนลาเต้หวาน ๆ จะช่วยให้คุณได้รสชาติความหอมของกาแฟมากขึ้น และยังทำให้คุณทานน้ำตาลน้อยลงอีกด้วย

 30. เลือกใช้จานใบเล็ก ๆ

การใช้จานใบใหญ่จะทำให้เราทานมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เปลี่ยนมาใช้จานใบเล็กขนาดสัก 8 – 10 นิ้วก็พอ

อาหารเพื่อสุขภาพ

 31. เทขนมใส่ชาม

ไม่ว่าจะทานขนมขบเคี้ยวหรือซีเรียลก็อย่าทานในห่อหรือกล่องขนมเลย เทใส่ชามเพียงเล็กน้อยแล้วปิดปากถุงไว้ก่อน จะได้ทานเพียงวันละเล็กน้อย ไม่ใช่ทานจนหมด

 32. ใช้ตะเกียบทาน

การใช้ตะเกียบคีบแทนการใช้ส้อมจิ้มจะทำให้คุณทานช้าลงและอิ่มเร็วขึ้น แถมยังได้บรรยากาศแบบเอเชียแท้ ๆ ดีด้วย

 33. จ่ายตลาดตอนท้องอิ่ม

เวลาที่เราอิ่มท้องเห็นอะไรก็ไม่รู้สึกอยากทานเท่าเวลาปกติ ฉะนั้นควรออกไปซื้ออาหารมาเก็บในเวลานั้นจะได้ไม่ซื้อเยอะจนเกินตัว คุณจะได้มีแต่อาหารที่สดใหม่และทานน้อยลงด้วย

 34. จำไว้ว่าความเสียดายเป็นบ่อเกิดของความอ้วน

เวลาที่รู้สึกอิ่มแล้วก็ควรเลิกกินทันที ไม่ควรนั่งกินต่อแล้วอ้างว่าเสียดายของ เพราะการทำแบบนั้นมีแต่จะทำให้คุณอ้วนขึ้นเปล่า ๆ ทางที่ดีควรทำอาหารเพียงมื้อเล็ก ๆ แต่แรก เพื่อไม่ให้ทานเยอะเกินไป

 35. งดเครื่องดื่มชูกำลัง

เครื่องดื่มชูกำลังขวดหนึ่งมีน้ำตาลมากพอ ๆ กับโดนัทหกชิ้น ลองคิดดูสิว่าการดื่มเป็นประจำจะทำให้คุณอ้วนขึ้นแค่ไหน ดังนั้น เวลาที่รู้สึกเหนื่อยควรงีบหลักสัก 10 นาทีก็เพียงพอแล้ว

 36. ขอบคุณทุกบทเรียนที่เข้ามา

ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย จงขอบคุณที่มันเข้ามาในชีวิต เพื่อเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งมากขึ้น

 37. หัดนั่งสมาธิ

เวลาเจอปัญหาหรือรู้สึกเครียด ไม่จำเป็นต้องหาช็อกโกแลตมาทานปลอบใจ ลองนั่งสมาธิดู ปล่อยวางความเครียดทิ้งไปซะ จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นเยอะ

 38. เล่นโยคะวันละนิด

สละเวลาเล่นเฟซบุ๊กของคุณมาเล่นโยคะอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อให้รูปร่างดีขึ้น และช่วยให้กับคุณไม่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปด้วย

 39. มีอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ

แทนที่จะเก็บความโกรธไว้เรื่อย ๆ จนกว่ามันจะระเบิดแล้วพูดทีเดียว สู้พูดออกมาตามที่คิดแต่แรกดีกว่า คุณจะได้เข้าใจกันมากขึ้น และไม่ต้องเก็บเรื่องต่าง ๆ มาเครียดอยู่ฝ่ายเดียว

 40. เขียนบันทึก

การเขียนบันทึกก็เป็นวิธีระบายความเครียดที่ดี แถมยังช่วยให้คุณมีความทรงจำเก่า ๆ ได้เก็บไว้อ่านในอนาคตอีกด้วย

สุขภาพดี

 41. ตั้งเสียงนาฬิกาปลุกสนุก ๆ

เลือกเพลงตลก ๆ หรือเพลงสนุก ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกดีมาใช้ จะได้รู้สึกว่าการตื่นเช้าไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อนัก จะลองเอาเพลงประกอบการ์ตูนตลก ๆ มาใช้ก็ไม่เลว

 42. ทางเดียวกันไปด้วยกัน

เพื่อนร่วมทางจะช่วยให้การเดินทางน่าเบื่อน้อยลง แถมยังช่วยลดมลพิษกับปัญหารถติดอีกด้วย เพราะฉะนั้นลองหาเพื่อนสักคนนั่งรถไปด้วยกันน่าจะดี

 43. เลิกถอนหายใจ

การถอนหายใจนอกจากจะไม่ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว ยังพาลให้คนรอบข้างพาลรู้สึกแย่ไปด้วยเปล่า ๆ ฉะนั้นเวลาที่รู้สึกเครียด สูดหายใจเข้าปอดช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกจะดีกว่า จะเป็นการช่วยให้คุณรู้สึกใจเย็นขึ้นด้วย

 44. อ่านหนังสือก่อนนอน

การอ่านเป็นการช่วยฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง และช่วยทำให้คุณเป็นคนมีจินตนาการมากขึ้นด้วย ฝึกตัวเองให้อ่านหนังสืออย่างน้อยแค่วันละบทก่อนเข้านอน จะช่วยฝึกให้คุณเป็นคนรักการอ่านมากขึ้น

 45. นอนให้เป็นเวลา

ตั้งนาฬิกาเตือนตัวเองให้เข้านอนเวลาเดิมทุกวัน การนอนเป็นเวลาจะช่วยให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่มากขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับอีกด้วย

 46. มีอะไรก็ปรึกษาเพื่อน

อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว ระบายให้เพื่อนที่ไว้ใจได้สักคนฟัง คุณจะได้สบายใจมากขึ้น และไม่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว แถมยังอาจได้คำแนะนำดี ๆ จากเพื่อนด้วย

 47. ยิ้มบ่อย ๆ

การยิ้มแม้ในเวลาที่ไม่สบายใจจะช่วยให้คุณเป็นคนเข้มแข็งขึ้น เพราะเวลาที่คุณยิ้มและมองโลกในแง่ดี จะช่วยให้สิ่งดี ๆ เข้ามาหาคุณในที่สุด

 48. รักตัวเองให้มาก

แทนที่จะโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา ด้วยการต่อว่าตัวเองกับความผิดที่ผ่านมาแล้ว ลองชื่นชมข้อดีของตัวคุณบ้าง คุณจะได้รู้ว่า คุณก็มีค่าไม่แพ้ใคร ๆ บนโลกนี้

 49. เลิกหาข้ออ้างให้กับตัวเอง

อย่าอ้างว่าทำไม่ได้ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ ไม่มีความล้มเหลวอะไรน่ากลัวเท่าการปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

 50. โทรหาเพื่อน ๆ บ้าง

คุณกดโทรศัพท์หาเพื่อนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ส่งข้อความให้น้อยลง แล้วโทรหาเพื่อนให้บ่อยขึ้น เพราะการโทรหากันนั้นทำให้รู้สึกอบอุ่นมีกำลังใจมากกว่าการส่งข้อความหลายเท่าตัว

ลองทำตามนี้ดู แล้วคุณจะได้รู้ว่า เพียงแค่ลองเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันและมุมมองความคิดเล็กน้อยเท่านี้ คุณก็สามารถมีความสุขในทุก ๆ วันได้แล้ว ^___^